Perfil de i Pick_[ปิ๊ก]_FotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

Blog


25 febrero

คือแบบว่า....

คือแบบว่า มี hi5 ทุกอย่างก็ไปอับอยู่ในนั้นแหล่ะ
อับจนจะเลิกเล่นไปแล้ว

แล้วพอดีเห็นว่าอัันนี้มันทำรูปแบบใหม่ ก็เลยเห็นว่ามันก็น่าเล่นดี เลยแวะกลับมา
อะไรก็ยังอยู่เหมือนเดิม ดูรูปแล้วก็นึกถึงวันเก่า เพื่อนเก่า วิวเก่า (กูแก่เเล้วเหรอวะ???)

แต่กรูก็ยังคิดเถิงพวกเมริงนะเฟร้ย Open-mouthed
16 marzo

ก็แบบว่า มี hi5 อ่ะ

คือ มี hi5 อ่ะ
ไปดูอะไรงาม ๆ ในนั้นละกัน เพราะอับอะไรในนั้นไปเยอะ แต่อันนี้ก็ยังอยู่นะ
 
แต่ถ้าจะดูอะไร หรือเม้นอะไรก็
 
ยิ้ม
ปิ๊ก
29 septiembre

กลับมาแล้ว

คือแบบว่า ไม่อับซะนาน
ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก ตอนนี้ทุกอย่างเสถียรดี และถเสถียรมากด้วย
เทอมหน้าไปฝึกสอนที่สวนกุหลาบนะคับ ยังไงติดตามด้วยว่าเด็กมันจะเเก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่ายังไง
 
ฮ่าๆๆ
บายคับ
Smile
ปิ๊ก
21 junio

สถานที่ใหม่ๆ

ตอนนี้เราก็ย้ายมาเป็นนักศึกษา เอ้ย นิสิตที่ มศว. อย่างเต็มตัวซักที
 
บรรยากาศในการเรียนที่นี่ก็แตกต่างกับที่เรียนที่มหิดลอย่างสิ้นเชิง อาจเป็นเพราะเรามาเรียนที่เป็นแบบบรรยาย สังคม จิตวิทยา อะไรประมาณนั้นมั้ง ไม่ได้เรียนเป็นแบบวิทย์เคมีอีกแล้ว อะไรอะไรมันก็ดูน่าเบื่อไปซะทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่บรรยากาศการเรียนที่เช้ามาจะต้องออกบ้านล่วงหน้า 1 ชั่วโมงเพื่อมาให้ทันเรียน บางวันมาไม่ทันก็ต้องนั่งแท๊กซี่มาเรียน เออนี่มีอยู่วันนึงเรานั่งแท๊กซี่จากบ้านที่อยู่ดินแดงมาที่สี่แยกอโศก ระยะทางก็ไม่ได้ไกลเลยนะแต่เสียค่าเเท๊กซี่เเพงกว่าจากบ้านไปโรงบาลรามา(คณะวิทย์)อีกอ่ะ รถไม่รู้ทำไมติดโคตรๆ ติดตลอดเวลา ติดได้ติดดีติดไม่มีที่สิ้นสุด
 
เมื่อมาถึงก็เข้าอาคารเรียนเลยอ่ะ (แบบว่าไม่มีที่จอดคุยเหมือนตึกกลม) เรียนก็ตั้งชั้น6 ชั้น9 อะไรอย่างงั้นน่ะ แล้วห้องเรียนช่วงแรกๆก็ไม่เเน่นอน อยากเรียนที่ไหนห้องไหนว่างถึงจะได้เรียน ก็ไม่ได้อะไรหรอกนะแต่มันก็ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เวลาสอนน่ะ เขาบอกว่าสอนอย่าให้เด็กง่วง พูดใหม้มันมีต่ำ-สูงมั่ง แล้วป้าเธอสอนแบบว่าโมโนโทนสุดๆ ตัวอย่างที่ไม่ดีเอามาให้พวกเราเรียนกันซะงั้น
 
รายงานก็อีก ไม่รู้ว่าเราจะมีปัญญาอะไรกันนักหนา สั่งได้ทุกวิชา อภิปราย รายงาน พูดหน้าห้อง การบ้าน สั่งได้ทุกสัปดาห์ ไม่คิดเหรอว่าเด็กต้องเอาเวลาไปพักผ่อน ทำอย่างอื่นก็มี สั่งได้ไม่ได้เกรงใจเด็กเลย ตกเย็นต้องมานั่งเข้าห้องสมุดซึ่งมันไม่ใช่นิสัยเราเลย คนที่นี่ก็ไม่รู้จะขยันกันไปถึงไหน สั่งงานแล้วก็ทำในบัดนั้นเลย เเทบว่าไม่ต้องดองให้มีรสชาต ทำเสร็จเด๋วนั้นก็ว่าได้ และที่สำคัญ งาน การบ้านที่เขียนๆกันเนี๊ย เจ้าบ้านเขียนกันแทบจะหมดโรงงานกระดาษ เรื่องนึงหนาประมาณ 5-6 หน้า(นี่ยังน้อย) เทียบกับเด็กมหิดลแล้วก็เฮ้อ กลุ้ม ถ้าเขาตัดเกรดจากปริมาณของงานนะ คงจะตกเป็นอันดับแรกๆ (ก็รู้กันอยู่เด็กมหิดลน่ะรักกัน-ที่จะทำงานน้อยๆแต่มีคุณภาพ ไม่เน้นน้ำ)
 
นี่ก็อีก สอนพิเศษ ไอ้เราก็ว่าเราเองไม่ได้อยากไปสอนนะ แต่ว่ามันก็เลี่ยงไม่ได้เพราะว่าผู้ปกครองเขาติดต่อกันมาเองอ่ะ ครั้นจะปฏิเสธก็ใช่ที่ ก็เลยไปสอน ตอนแรกสอนแค่ 2 วัน ไป-มามีผู้ปกครองอีกเจ้าให้ไปสอนอีก 2 วัน รวมแล้ว 4 วัน ตอนแรกนึกว่าคงไม่เป็นไรมั้งเพราะงานคงไม่เยอะ แต่เมื่อเริ่มเรียนไปแล้วพบว่า แทบอยากจะยกเลิกสอนทุกที่ เพราะเหนื่อยเหลือเกิน วิ่งสอนไม่ได้หยุด แล้วก็ยังมีที่สอนร้านอีก โอ่ย อ้วก
 
แต่คิดไปคิดมา เด๋วเราก็คงชินล่ะมั้ง
555
ปิ๊ก
 
 
ป.ล. รับปริญญาวันที่ 5 ก.ค. นี้นะคับ เพื่อนๆที่อยากมาให้มากันวันที่ 4 ก.ค. นะคับ
28 abril

เดือนแห่งความร้อน

ห่างหายไปอีกเดือนกับการอับสเปช แวะมาอับทั้งทีก็ขี้เกียจอ่ะ พิมพ์เยอะๆ ตอนดึกๆ มันง่วง
 
เดือนเมษานี้หลายๆคนจะเห็นว่าเราจะห่างหายไปจากคณะวิทย์ไปนาน ถึงนานมาก ก็แบบว่านะ ได้งานทำแล้ว ไม่ได้งานอะไรหนักหนาหรอก งานเล่นๆระหว่างรอที่เรียนใหม่ เป็นงานสอนพิเศษเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่โรงหนังสยาม ชื่อร้าน "Chapter I" เป็นของพี่ชะเอ้ภาคเเมท รหัส 44 อ่ะ พอดีเขาหาครูสอนพิเศษ ก็เลยไปช่วยสอน ไปไปมามาก็สอนเหมือนการกุศล วันๆหนึ่งรายได้ก็ดีอยู่หรอก แต่ใช้งานสิ เยี่ยงทาส โห่ย เหนื่อยน่ะนั่นน่ะ วันๆไม่เคยออกร้านก่อนห้าโมงครึ่ง มีพักหลังๆนี่ออกเร็วหน่อย เริ่มรู้ทัน และหลังๆก็เริ่มอยู่ตัวแหล่ะ ก็เลยไม่ค่อยเหนื่อยมาก แต่กระนั้นปัญหาอื่นๆก็มี แต่มันยาวมาก อยากเจอยังไงก็มาหาได้ที่ "Chapter I" โรงหนังสยามชั้น 2 มองเผินๆเหมือนร้านกาแฟน่ะ ใครสนใจหารายได้โดยการสอนพิเศษก็บอกละกันเด๋วจะพาไป
 
สงกรานที่ผ่านมาก็สนุกมากๆ เล่นไป 2 วันคือวันที่ 13 และ 15 อืมก็คนเยอะเหมือนทุกปี แปลกอยู่อย่างนึงคือกลางวันไม่ค่อยมีคนเล่น แต่ตกเย็นจะเยอะมาก ไม่รู้ทำไม แล้วก็เยอะจนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งนะ แต่ก็ดีอ่ะสนุกดี
 
เรากำลังจะไปเป็นนักศึกษาที่อื่นแล้วอ่ะ ใจหายจังว่าต้องจากที่นี่ไปแล้ว ความทรงจำดีดียังคงมีอยู่ที่นี่อีกมากมายก่ายกอง 4ปีที่ผ่านไปอย่างกับฝัน ยังไม่อยากโต ยังไม่อยากทำงาน อยากเล่นอย่างงี๊เรื่อยไป แต่คงไม่ได้แหล่ะ สักวันเราก็ต้องโตขึ้นอยู่ดี ใช่ม๊ะ เพื่อนๆจบไปแล้วติดต่อมามั่งนะ
 
คิดถึงเพื่อนๆทุกคน
ปิ๊ก
 
ปล. รับปริญญา วันที่ 5 ก.ค. 2550 นะ 
ถ้าจะมาให้มาวันที่ 4 ก.ค. 50 ละกัน (วันจริงจะอยู่กับที่บ้าน) 
 
02 marzo

ตารางออกตัว

สวัสดีครับ
 
พบกันอีกแล้วหลังจากห่างหายจากสเปชไปนานถึงนานมาก สืบเนื่องจากแผ่นดินไหวที่ไหนซักที่ ทำให้เวลาเราเปิดสเปชทีไรมักจะขึ้นว่า error on page ทุกที เซ็ง จนมาวันนี้ก็ใช้ได้ซักที ก็มาอับสเปชซักหน่อย แต่ เออ..... เรื่องไรดีล่ะ เอาเป็นว่าเป็นเรื่องที่ talk of the town ดีกว่า เรื่องที่ใครอยากเจอเราตัวเป็นๆ ให้ไปตามงานต่อไปนี้รับรองเจอเเน่นอน
 
ค่ายปฏิบัติการเคมี จัดพรุ่งนี้เเล้ว วันที่3-4มีนาคม 2550 เพื่อช่วยให้เราทำโปรเจคเสร็จ แบบว่าตอนนี้น่ะ โปรเจคเรายังไม่เสร็จซักที ขณะที่ใครต่อใครหลายๆคนปิดไปหมดแล้ว น่าสงสารยิ่งนัก และอาจารย์ที่รักก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะให้ปิ๊กไปพ้นๆซักที เหนี่ยวรั้งให้เรียน ป.เอกรึไง ไม่เอานะ ไม่เอา เหนื่อย เครียด เห็นพี่ที่เเลปเรียนแล้วอยากตาย ไม่เอาอ่ะชีวิตไม่มีความสุข นั่นแหล่ะ ปิ๊กก็ยังปิดโปรเจคไม่ได้ ยังไงเสาร์อาทิตย์นี้อยู่ที่คณะวิทย์แน่นอนกับใครอีกหลายคนเช่นกัน
 
1st Symposium Project in Chemistry จัดขึ้นวันพุธที่ 7 มีนาคม 2550 เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอโครงงานวิจัยที่ได้ทำมาตลอดเทอมหรือตลอดปี โดยปี4เคมี ต้องพูดกันทุกคน ไม่สิเฉพาะคนที่ลงโปรเจคเทอมนี้เท่านั้น นั่นแหล่ะแบบว่าที่ต้องมาทำเเลปดึกดื่นวันที่3-4นี่ก็เพื่อจะตัดเกรดวันที่ 7 นั่นแหล่ะ อ่านแล้วก็หดหู่ชีวิตทำไมมันเหนื่อยเช่นนี้ แต่ก็อยากให้เข้าฟังกันนะเพราะว่าเราเป็น Share ห้องอ่ะ ไม่เคยเป็นมาก่อน เขินๆๆ ฮ๋าๆๆๆ
 
8th Science Project Exhibition จัดวันที่ 12 มีนาคม 2550 เพื่อเป็นเวที(อีกนั่นแหล่ะ) ในการนำเสนอโครงงานวิจัยระดับปริญญาตรี ลักษณะงานคล้ายกันแต่ว่าจะมีทั้งแบบ POster และ Oral (พูดปากเปล่า) โชคดีหน่อยงานนี้เราทำเเค่โปสเตอร์ แต่ก็ต้องเขียนโปสเตอร์ให้เสร็จก่อนวันงานน่ะ ทันรึปล่าวไม่รู้ลุ้นกันต่อไป
 
Bye'nior วันพุธที่ 14 มีนาคม 2550 ก็นะ จบปี4กันแล้ว ไม่เคยคิดว่าวันนั้นจะมาถึง เคยแต่เป็นคนจัดให้พี่ คราวนี้ต้องมาเป็นแขกเอง รู้สึกยังไงไม่รู้....
 
งานประชุมวิชาการ วันที่21-22 มีนาคม และค่ายครู วันที่ 23 มีนาคม 2550 ที่ ม.เกษตร ก็เหมือนกับสองงานเเรกที่ว่าเอาโครงงานไปเสนอ แต่คราวนี้มีคนนอกด้วย แต่เราก็ไปแบบเดิม แบบโปสเตอร์อ่ะ ชีวิตก็ชิวๆ เดินเล่น แต่ต้องมาเฝ้าบอร์ดบางช่วง ช่างเถอะคงไม่มีใครสนใจหรอก งานก็ไม่เกิด เสร็จก็ไม่เสร็จ
 
จบงานเดือนมีนาคมแต่เพียงเท่านี้ อยากเจออยากเม้าท์ไปได้ตามสถานที่ข้างต้น
 
ไปละ
ปิ๊ก
 
แถม
วันที่17มีนา ไปเที่ยวดรีมเวิล
วันที่31มีนา-1เมษา ไปทะเล
30 diciembre

ช่วงนี้

เหตุการณ์ในช่วงนี้ถือว่าสงบสุข ปัญหาทุกอย่างที่พบว่าเริ่มเข้าร่องเข้ารอย
 
ย้อนหลังไปเมื่อเดือนธันวาคม เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองด้วยเหตุอันใดไม่ทราบ ในทุกๆวันของปิ๊กจะหมดไปกับการ กิน กิน และกิน ไม่ว่าจะเป็นกินกับเพื่อน พี่เเลบ หรือแม้กระทั้งอาจารย์ก็ยังกินกินกินวัยยังค่ำ ส่วนวันๆนอกจากกินแล้วยังมีการไปShoping ตามสถานที่ต่างๆ แต่จะไปบ่อยสุดก็คงเป็นพันธ์ทิพพลาซ่า ไม่รู้ว่าทำไมบ่อยขนาดนั้น แต่สัปดาห์นึงไปแมร่ง 3 วัน ทั้งๆที่ไปก็ไม่ทำอะไร แต่ก็ยังไป ไป ไป เปลืองไม๊น่ะ ค่ารถค่ากินค่าเดินซื้อของติดไม้ติดมือกลับมาไม่ต่ำกว่าร้อย โห่ย มีแต่เรื่องให้เสียเงินชัดๆ
 
วันที่เราอับสเปชก็เป็นวันที่เราสอบเสร็จแล้ว ตั้งแต่เรียนมาอยากหยุดเวลาปี4 ไว้นานนาน เพราะว่าเรียนน้อยมาก น้อย จนสอบmid เพียงวิชาเดียวคือ Management - Economics เพียง part เดียว อะไรมันจะสบายอย่างงี๊ ภาคก็น่าจะเเบ่งวิชาอันมหาโหดที่เรียนกันตอนปีสามให้มาเรียนตอนปีสี่มั่งซักตัวยังไม่เสียหายเลย เทอมนี้เราลงวิชา นิติวิทยาศาสตร์, การบริหารการจัดการโรงงาน และวิชา General Management ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยจะเป็นเคมีซักเท่าไหร่ แต่ก็ดีแล้วเรียนเคมีมีสองปีครึ่งแล้วมันก็เบื่อเหมือนกัน (ปี1เรียนbasic science)
 
งานต่อไปที่ต้องทำคือ "สัมมนา" ซึ่งมีในวันที่ 6 และ 13 มกราคม 2550 ใครสนใจอยากมาฟังก็มาได้นะไม่ว่าอะไร แต่รู้เรื่องหรือไม่ช่วยพิจารณาก่อนมางานด้วย (เอ๊ะ ยังไง) อืมซึ่งเราก็ต้องเตรียมppt เพื่อไปพูดแหล่ะ ตายแน่ๆเลยปิ๊กเอ๊ย!!!! และหลังสัมมนาจะยังมีเวลาว่างอีกเฮื่อกหายใจจากนั้นก็ต้องปั่นAbstract project ซึ่งต้องส่งไปอีกหลายๆที่ โอ่ย ตายกันไปเลย
 
ใกล้ปีใหม่แล้ว ขอให้คนอ่านมีความสุขในปีหมู หรือในปี 2550 มีความสุขสมหวังตลอดปีนะคับ
 
ปิ๊ก
15 noviembre

ระบาย

เรื่องนี้เกี่ยวกับการระบาย
 
คือว่าแบบว่าช่วงนี้ไม่ค่อยม่วนอกม่วนใจซักเท่าไหร่ เพราะว่าเหมือนกับว่ามันมีเรื่องที่มันไม่ค่อยสบายใจเท่าที่ควร คงเป็นเรื่องของการวางตัวของเราในที่ต่างๆนั่นเเหล่ะ ว่าบางทีบางแห่งมันควรหรือไม่ที่จะพูดหรือทำอะไรบางอย่างโดยที่คนอื่นเขาไม่มองว่าเราเป็นคนแบบที่เราเเสดงออกไป
 
ในห้องปฏิบัติการproject(ต่อไปขอเรียกสั้นว่า"ห้องแลบ") ของเราที่เราทำอยู่นั้นมันก็เหมือนจะอยู่สบาย อยุ่เเล้วมันก็ไม่มีอะไรมากเพราะเป็นแบบว่าเป็นห้องที่ขำๆ เราสามารถเม้าแตกพูดคุยเฮฮาปาจิงโกะ หรือแม้กระทั้งคุยงานอะไรที่เกี่ยวกับ Reaction ก็สามารถคุยได้กับทุกคน เเต่เบื่องลึกเข้าไปข้างในมันเหมือนกับว่าเราก็ไม่ได้สนิทอะไรมาก เพราะถึงเวลามื้อเที่ยงเราก็ลงไปกินข้าวกับเพื่อนข้างล่างอยู่ดี เเล้วจะหายไปเป็นเวลาออกจะนานถึงนานมาก กว่าจะกลับเข้าห้องแลบก็เป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมง ซึ่งพี่ๆก็มาทำเเลบกันแล้ว ก็ไม่รู้ว่าพี่ๆเขาจะมองเราว่าอย่างไร และกิจกรรมห้องแลบเขามีอะไรเราก็ไม่เคยจะทำซักอย่าง(ไม่นับเวลากลั่นSolvent เช็ดของ เช็ดตู้ หรือเรื่องทั่วไปที่ควรทำในห้องแลบ เราก็ทำนะ) เวลาเขาจัดไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่เคยจะไปกับเขาหรอก ก็ไม่รู้สิเราไม่คุ้นเคยอ่ะ เคยเที่ยวกับเพื่อนมาหลายปี เพื่อนในกลุ่มมั่งล่ะ เพื่อนทั่วไปมั่งล่ะ เพื่อนที่ไม่ค่อยจะอะไรเท่าไหร่ก็ไปมาเเล้วก็ไม่รู้สึกอะไรก็มาเที่ยวนี่หว่า แต่เมื่อเวลาพี่ในห้องชวนไปไหนเรามักจะไม่ไปเสมอโดยมีข้ออ้างสารพัดข้ออ้าง กิจกรรมคณะมั่งล่ะ ติดธุระมั่งล่ะ ซ้อมกีฬายังเคยเอามาเป็นข้ออ้างเลย แต่ถึงกระนั้นเหมือนพี่เขาจะรู้ทางหนีทีไล่ทันเรา(เรื่องนี้มันก็นานมาเเล้วช่างมันเถอะ) เรามักจะมีข้ออ้างเสมอในการที่จะไม่ไปเที่ยวกับพี่ในห้อง ก็ไม่รู้ดิก็ไม่ชวนนี่หว่า แล้วมาคิดดูถ้าชวนแล้วจะไปกับใครล่ะที่สนิทใจที่จะไปด้วยกันกับเราได้ เพื่อนสนิทเรามันก็คือคนนอกห้องเเลบแหล่ะวะ นึกสภาพให้เราไปนั่งแกร่วอยู่คนเดียวอ่ะไม่เอาดีกว่า สู้ว่าไม่ไปดีกว่า การไปเที่ยวครั้งนี้ปิ๊กจึงตอบปฏิเสธด้วยเหตุผลที่แท้จริงเลยว่า"ไม่ไปเพราะไม่มีเพื่อนไป"
 
จะว่าไปเราก็เหมือนจะปิดกั้นตัวเองเหมือนกันนะ ไม่ยอมไปไหนกับคนอื่นๆซะบ้าง แล้วอย่างงี๊เราจะไปเข้ากับคนนอกได้อย่างไร แต่ที่ทำไปเราก็ไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ไป มันก็คงตรงกับนิสัยเราลึกๆแหล่ะว่า แม้ภายนอกจะเป็นคนที่กล้าแสดงออก มีสัมพันธ์ดีกับคนรอบข้าง แต่ในใจเราเป็นคนที่ปิดกั้นความคิดมาก เเละก็ไม่รุ้ว่าเมื่อไหร่ความคิดที่ปิดกั้นตรงนี้จะหายไปซักที
 
ไปละคับ
วันหลังมาอับใหม่กับเรื่องดีดีกับเขาบ้าง
ปิ๊ก
 
PS. ใครอ่านแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมากนะ เราก็คงเหมือนเดิมกับทุกๆคนเหมือนเดิมแหล่ะ เป็นยังไงเราก็ยังคงจะเป็นอย่างงั้น...ต่อไป
05 noviembre

เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว

ตามเรื่องเลยคับ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว วันนี้จะมาอับเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว เอาแบบสั้นๆแล้วกันว่าไปประสบพบพานอะไรมามั่ง
 
ก็เมื่อเดือนตุลาน่ะเป็นช่วงเวลาของการเเข่งกีฬา Bonding Game 6th ที่ CU ก็โดยรวมก็ไม่รุ้ดิเรื่อยๆมากจนเราไม่ไปร่วมงาน หรือเพราะมันก็เเค่แถวพระราม1 ใกล้ๆบ้าน ไปเมื่อไหร่ก็ได้มั้ง ก็เลยไม่ค่อยอยากไป เพราะปกติเวลามีกีฬาทีไรมีเหรอที่เราจะพลาด แต่ปีนี้เราไม่ค่อยอยากไป เพราะมันใกล้ๆ ไปเมื่อไหร่ก็ได้ และอีกอย่างอาจารย์ต้องการให้ปิดเทอมเจ้าปิ๊กต้องมาทำเเลบทุกวันเมื่อเจ้าว่าง แล้วอย่างงี๊จะเอาเวลาไหนไปเที่ยวจะคับ
 
แล้วความอดทนของเราก็ถึงขีดสุดเพราะเราทำเเลบมาทุกวัน 3 สัปดาห์เต็มไม่เว้นเสาร์-อาทิตย์ รู้สึกว่าเบื่อชีวิตไงไงชอบกลก็เลยรีบทำเเลบให้พอมีผลบ้าง และก็เก็บเสื้อผ้าไปค่ายชมรม ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสลักพระ กาญจนบุรี โดยไปรอบนี้ในฐานะพี่อาวุโสสุดขีด ไปโคตรสบายเลยนั่งโจ๊งครึ่มเกือบตลอดเวลา งานการStaffไม่ช่วยน้องทำเลย(จริงๆเเล้วพี่เป็นกำลังใจอยู่นะ แต่ไม่เเสดงออกไปก็เท่านั้นเอง) แต่ก็ไปเเล้วรู้สึกรำลึกความหลังครั้งที่ตัวเองมาเป็น Staff ที่นี่ ได้มาทำค่ายกับเพื่อนๆ ก็มาย้อนดูก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเต็มกอง และเพื่อนๆStaffรุ่นเราก็มาเป็นซะส่วนใหญ่ ทำให้สนุกสนานเฮฮา(กันเอง) แต่กับน้องเราก็คุยไปเรื่อยนะ ไม่รู้น้องจะรู้จักเราเเค่ไหนเหมือนกัน แต่น้องStaff ปีนี้ก็ทำได้ดีนะ
 
เปิดเทอมมาวันที่ 30 ตุลาคม ด้วยวิชาเรียนอันน้อยนิดเหมือนเดิม เรียนวันเหมือนเดิม (จันทร์ อังคาร ศุกร์) แต่เทอมนี้แอบเครียดเพราะมีวิชาสัมมนาที่ได้กล่าวขวัญกันว่าโหดสุดยอด เเล้วเราจะรอดไม๊อ่ะ
 
เรื่องเครียดๆในเเลบก็มีเยอะเเยะ คราวหน้าจะมาอับให้แล้วกัน
ไปละคับ
ปิ๊ก
18 octubre

รถเมล์ไปสุวรรณภูมิ

นายโอภาส เพชรมุณี รักษาการผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) กำหนดเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 28 กันยายนนี้ จะมีประชาชน เจ้าหน้าที่พนักงานสายการบินต่าง ๆ จำนวนมากที่จำเป็นต้องเดินทางเข้าออกสนามบินสุวรรณภูมิโดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ขสมก.ได้มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วในการจัดรถเมล์จากในตัวเมืองหลายเส้นทางวิ่งบริการสู่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากได้เริ่มทดลองการเดินรถมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยขณะนี้ ขสมก.ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งบริการรวม 13 เส้นทาง ครอบคลุมทั้ง กทม.และฝั่งธนบุรีที่จะมีรถบริการไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้แก่

ด้านทิศเหนือ ย่านรังสิต ปทุมธานี ดอนเมือง ไปสนามบินสุวรรณภูมิ มีรถปรับอากาศ

สาย 554 (รังสิต-สุวรรณภูมิ) ให้บริการจากรังสิตผ่าสนามบินดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต แจ้งวัฒนะรามอินทรา ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก เข้าถนนมอร์เตอร์เวย์ -สุวรรณภูมิ และยังมีรถเฉพาะกิจวิ่งบริการจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ มีรถจากดอนเมืองผ่านถนนวิภาวดีรังสิต ดินแดง พระราม 9 มอเตอร์เวย์ สุวรรณภูมิ

สาย 555 รังสิต-สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางด่วน) มีรถออกจากรังสิตผ่านถนนวิภาวดีรังสิต แยกลาดพร้าว ดินแดง โบสถ์แม่พระฟาติมา พระราม 9 ทางด่วนพิเศษศรีรัช มอร์เตอร์เวย์ สุวรรณภูมิ

สาย 559 รังสิต-สุวรรณภูมิ มีรถออกจากรังสิตผ่านฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ถนนรังสิต-นครนายก ดรีมเวิลด์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ถนนวงแหวนรอบนอก ห้างแฟชั่นไอซ์แลนด์ ทางพิเศษบางนา-บางปะอิน มอร์เตอร์เวย์ สุวรรณภูมิ มีรถออกจากฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต

ด้านทิศตะวันออก จากปากน้ำสมุทรปราการไปสนามบินสุวรรณภูมิ มีรถปรับอากาศ

สาย 552A จากปากน้ำผ่านถนนสายลาดตลาดสำโรง แยกบางนา ถนนบางนา-บางปะกง สุวรรณภูมิ
 
สาย 553 จากสมุทรปราการผ่านถนนสายลาด ถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ถนนบางนา-บางปะกง ถนนกิ่งแก้ว สุวรรณภูมิ

ด้านในเขตตัวเมือง จากบางกะปิ อนุสาวรีย์ชัยฯ คลองเตยไปสนามบินสุวรรณภูมิ มีรถ

สาย 549 บางกะปิ-สุวรรณภูมิมีรถบริการจากบางกะปิผ่านถนนเสรีไทย มีนบุรี ร่มเกล้า ลาดกระบังสุวรรณภูมิ

สาย 550 แฮปปี้แลนด์-สุวรรณภูมิ รถออกจากแฮปปี้แลนด์ผ่านถนนลาดพร้าว ศรีนครินทร์ อ่อนนุช ลาดกระบัง สุวรรณภูมิ
 
สาย 551 อนุสาวรีย์ชัย-สุวรรณภูมิ มีรถบริการจากอนุสาวรย์ชัยฯผ่านดินแดง พระราม 9 ทางพิเศษศรีรัช มอร์เตอร์เวย์ สุวรรณภูมิ

สาย 552 คลองเตย-สุวรรณภูมิ มีรถออกจากคลองเตยผ่านถนนพระราม 4 สถานีรถไฟอ่อนนุช สุขุมวิท บางนา-บางปะกง สุวรรณภูมิ

ด้านฝั่งธนบุรี จากขนส่งสายใต้ วงเวียนใหญ่ พระราม 2 สุขสวัสดิ์ ไปสนามบินสุวรรณภูมิ มีรถ

สาย 556 จากสถานีขนส่งสายใต้ผ่านถนนบรมราชชนนี สะพานพระปิ่นเกล้า สนามหลวง หลานหลวง ทางด่วนยมราช พระราม 9 มอร์เตอร์เวย์ สุวรรณภูมิ

สาย 557 จากวงเวียนใหญ่มีรถบริการผ่านถนนเจริญนคร ราษฎร์บูรณะ สุขสวัสดิ์ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม-ปู่เจ้า สมิงพราย สำโรง เทพารักษ์ กิ่งแก้ว สุวรรณภูมิ

สาย 558 จากเซ็นทรัลพระราม 2 มีรถบริการผ่านถนนพระราม 2 สุขสวัสดิ์ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม-ปู่เจ้าสมิงพราย สำโรง บางนา ถนนบางนา-บางปะกง สุวรรณภูมิ

นายโอภาส กล่าวว่า รถโดยสารปรับอากาศที่เข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิจะใช้เวลาในการเดินทางจากต้นทางถึงปลายทางภายใน 1 –1.30 ชั่วโมง ค่าโดยสารอัตตรา 35 บาท ตลอดสาย ส่วนผู้โดยสารที่ใช้บริการโดยไม่เข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิจะเก็บตามระยะทางปกติ และขณะนี้ ขสมก. ได้เปิดบริการจำหน่ายบัตรเดือนราคาประหยัด 1,700 บาทต่อเดือน สำหรับผู้เดินทางเข้าสุวรรณภูมิเป็นประจำ และสามารถนำไปใช้บริการรถของ ขสมก.ในเส้นทางอื่น ๆ ได้ทุกประเภทด้วย ผู้สนใจติดต่อซื้อได้ที่ทำการเขตการเดินรถ อู่รถเมล์ ขสมก. ทุกแห่ง ที่ทำการสำนักงานใหญ่ ขสมก. ถนนเทียมร่วมมิตร และสถานีรถโดยสารสาธารณะในสุวรรณภูมิ โทรศัพท์สอบถามการจำหน่ายและเส้นทางรถไปสุวรรณภูมิได้ที่ หมายเลย 184
30 septiembre

อ่านขำๆ

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่
>>>> >>เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ 
>>>>> >>ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม
>>>> >>เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม
>>>> >>มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด
>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ
>>>> >>เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์
>>>> >>จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก
>>>> >>เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก
>>>> >>ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราไม่ชอกช้ำ
>>>> >>เเต่ถ้าฟังไอน้ำ
>>>> >>จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย
>>>> >>เเต่ถ้าฟังเสนาหอย
>>>> >>จะเเอบเหงาคนเดียว

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา
>>>> >>เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ 
>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ
>>>> >>เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย
>>>> >>เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย
>>>> >>มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน
>>>> >>เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน
>>>> >>เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้
>>>> >>เเต่ถ้าฟังโปเตโต้
>>>> >>จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน
>>>> >>เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ
>>>> >>เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์
>>>> >>มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน
>>>> >>เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ 
>>>> >>บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน
>>>> >>เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม
>>>> >>เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม
>>>> >>จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด
>>>> >>เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส
>>>> >>มักจะเล่นของสูง
>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส
>>>> >>เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่
>>>> >>จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง
>>เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา
>>>> >>เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน
>>>> >>เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์
>>>> >>เเล้วเธอจะรู้สึก!!

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง
>>เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง จะเปลืองเเรง เพราะ
>>>> >>มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา

>>>> >>+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ
>>>> >>ปี เเต่ถ้าฟังเเอน สุชาวดี
>>>> >>มักจะติดร.วิชาลืม

 

Reference : My FWD mail.


24 septiembre

ค่ายเด็กทุน(สั้นๆ)

คือจะอับนานแล้วล่ะแต่ไม่ได้อับซักที
 
คือเมื่อวันที่5-6สิงหาคม 2549 เหล่าเด็กทุนแห่งเคมีปี2-4 และบางส่วนที่ขอแจมกับTrip นี้ ค่ายเคมีกับสิ่งแวดล้อม ไปเที่ยวชมการทำน้ำตาลสด สวนส้มโอของชาวบ้านที่บางโพงพาง สมุทรสงคราม กลางคืนไปดูหิ่งห้อยใต้ต้นลำพู (สวีตจริง)นั่งเรือทั้งวันทั้งคืนลมเย็นมากมาย พออีกวันก็ไปเที่ยวชมฝาผนังโบสถ์ ขอบอกว่ามันสวยมากๆ(ดูในรูปเอาละกัน) และมาแวะที่อุทยาน ร.2แล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี ค่ายนี้สนุกแต่ดำ
 
ค่ายต่อไปเป็นค่าย48ปีคณะวิทย์ เป็นค่ายที่จัดให้เด็กทุนทุกชั้นปีตั้งแต่ปี1-4 ทุกโครงการไปค่ายแบบว่าวิทยาศาสตร์เชิงบูรณาการมากมาย ไอ้เราก็ไม่ได้รู้อะไรหรอกไปตามๆเขาไปแหล่ะ ไม่มีอะไรมาเล่าเป็นพิเศษเเละก็ไม่ได้ไปเที่ยวซักเท่าไหร่ เพราะวันๆก็เอาแต่จับกลุ่มวิชาการ จะไปก็ไปสำรวจที่อุทยานแหล่งชาติเขาสามร้อยยอด ได้เดินป่าชายเลน(ทางที่เขาทำไว้)ก็แค่นั้นแหล่ะ
 
จะสอบปลายภาคแล้วแต่ทำไมไม่มีกะใจอ่านหนังสือวะเนี๊ย โปรเจคก็ไม่เสร็จต้องส่งรายงานแล้ว ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยทำมาก็สองเดือนครึ่งเเล้ว ปฏิกิริยาอะไรเกิดยากชมัด
 
ไปละ
ปิ๊ก
27 agosto

เรื่องของสเเตนเชียร์

อ่ะแฮ่มๆ
ได้เวลาอับซักทีหลังจากที่มันเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาสเปชไปซะแหลกลาน
 
ก็มาว่ากันด้วยกิจกรรมการเดินสายของเราต่อละกัน คือแบบว่า มหาลัยมหิดลอ่ะ ก็จะมีสเเตนของน้องปี 1 เป็นเวลา 2 วันคือสเเตนเครียด คือสเเตนที่ร้องเพลงมหาลัย เพลงคณะ และเพลงอื่นๆที่มีคุณค่า ก็จัดไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2549 เหมือนจะเคยเล่าไปมั่งละล่ะมั้ง และก็อีกอันนึงคือ สเเตนสันทนาการ (แข่งไปวันที่ 27 ส.ค.) เป็นสเเตนที่คล้ายๆกับการเชียร์แบบขำขำ มีเพลงสันทนาการทุกรูปแบบและแต่ละคณะก็โชว์แบบว่า บางคณะก็อลังการ บางคณะก็แบบว่าหื่นสุดๆ บางคณะก็งั้นๆ
 
เราว่าปีนี้อ่ะ ทั้งสองสเเตนเลยต่างจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศเราว่ามันเงียบเหงาไปเลย คือมันเริ่มค่อนข้างเร็ว แล้วคณะไหนมาเเข่งก่อนก็จะมีแต่พี่คณะนั้นมาเชียร์ โดยไม่มีพี่คณะอื่นมาเลย และเเข่งเสร็จก็ออกไป สเเตนก็เป็นแบบหมุนเวียน ไม่จะเป็นต้องนั่งทุกคณะ ไม่จะเป็นต้องนั่งตลอด เราว่าไม่ดีเลยอ่ะไม่เหมือนกับปีก่อนๆที่เเข่งกันวันพุธ ซึ่งน้องๆก็เตรียมงานอย่างสุดชีวิต และพี่ๆต่างชุลมุนวุ่นวายที่จะเข้าไปเชียร์และให้กำลังใจน้องๆ และพี่ทุกคณะก็นั่งดูทุกคณะตั้งเเต่ต้นจนจบ เราชอบอย่างงั้นมากกว่าแบบนี้อ่ะ
 
รอบหน้าจะมาอับเรื่องค่ายหิ่งห้อยและค่ายเด็กทุนละกัน ไม่นานเกินรอ
ปิ๊ก
26 julio

ผมเบื่อครับ

ช่วงนี้ผมเบื่อมากเลยคับ เบื่อโดยไม่มีสาเหตุคับว่าผมเบื่อมาจากอะไรกันเเน่ เพราะว่าอยู่ดีดีผมก็เบื่อ เบื่อเบื่อเบื่อเบื่อเบื่อมากมากมากมาก ไม่รู้ทำไมเหมือนกันคับ เพื่อนก็ไม่ใช่ Labก็ไม่ใช่ งานก็ไม่ใช่ สอบกลางภาคก็ไม่ใช่ การเบื่อของผมครั้งนี้ทำให้ไม่ได้อ่านหนังสือสอบเลยอ่ะคับ ทั้งๆที่ผมจะสอบอยู่อาทิตย์หน้าอยู่เเล้ว แต่ทำไมผมไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือเลยก็ไม่รู้อ่ะคับ ไม่รู้ว่าผมมีอะไรในใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ บางทีมันอาจมีเยอะจนสับสนก็เป็นไปได้นะคับ ผมล่ะงงตัวเองจริงๆ เเละตอนนี้ผมเบื่อมากมาก เหมือนว่าวันๆหนึ่งผมจะไปที่คณะเพื่อไปทำอะไรดีล่ะ ทำอะไรล่ะ ทำ labก็ไม่ได้เรื่อง Synไม่เกิดก็เซ็ง เบื่อ อ่ะลงมาห้องสนว. อ่ะก็เบื่อ ไม่มีใครอยู่อีก ไปตึกกลมก็เบื่อ มีแต่ร้านอาหารสามร้าน ของเดิมๆก็เบื่อ เห็นหน้าหมอ RA BM PI ก็เบื่อ อันนี้ยิ่งเบื่อหนักเข้าไปใหญ่ หมออะไรไม่มีมารยาท อันนี้เบื่อพฤติกรรมของหมอที่มันเดินในคณะ ทำอะไรไม่มีการเกรงใจคนอื่นเอาซะเลย ถ้าจะเดินไปไหนไหนในคณะก็เบื่อ รู้ทุกอย่างเเล้วก็เบื่อ เรียนก็เบื่อ อาจารย์สอนก็เบื่อ ง่วงก็ง่วง เพื่อนก็ไม่คุยเอาแต่เรียน เม้าท์ไม่มัน ก็เบื่อ โห่ยชีวิตมีแต่ความเบื่อ แล้วต้องทนเบื่อไปถึงเมื่อไหร่กันล่ะคับ
 
ไม่รู้ที่ผมพิมพ์ไปเนี๊ยะใครจะมาอ่านของผมมั่งอ่ะปล่าว เเล้วเมื่อไหร่ผมจะหายเบื่อล่ะคับ
 
ไปละคับ
ปิ๊ก
PS. นับหน่อยว่ามันมีกี่เบื่อเนี๊ยที่พิมพ์มา
04 julio

รับน้อง - ร้องเพลง - รับปริญญา

 
แม้จะมีกระเเสมาต่อต้านเรื่องการรับน้องอย่างไม่หยุด แต่มหิดลก็ยังคงมีการรับน้องต่อไป
 
เริ่มต้นที่การรับน้องมหาลัยเมื่อวันที่ 9 - 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็นับว่าเป็นการรับน้องที่สนุกไม่แพ้ปีก่อนๆเลย แม้ว่าน้องๆที่ร่วมงานรับน้องปีนี้จะน้อยไปนิด แต่ก็อบอุ่นดีนะ น้องกลุ่มนึงก็ 40กว่าคน (กลุ่มเรากลุ่ม 2(สุดฤทธิ์) มีน้อง 43 คน) กิจกรรมก็คล้ายๆเดิมก็คือเขียนป้ายผ้า กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เดินไปทำบุญกันที่พุทธมณฑล กิจกรรมซุ้ม Concert จากพี่นพพร ชำนิ พัดAF2 และวงอื่นๆในมหาลัย และกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ในแต่ละกลุ่ม ในปีนี้ก็เหนื่อยเหมือนปีก่อนๆ (อาจจะยิ่งกว่าเพราะเราอยู่มาตั้งแต่ต้น-เสมือนเรามาทำกับน้องๆปีสองเรย อิอิ) อาจเป็นเพราะเราเองก็ปีสี่เเล้วก็คงมองอะไรที่มันกว้างขึ้นละมั้ง และมีความสุขมากที่ได้ทำกับน้องๆเพื่อนๆที่ส่วนใหญ่อยู่คณะเดียวกับเรา ก็ทำให้กลุ่มเรามีสีสันอย่างมากมาย ส่วนน้องๆก็มาจากหลากหลายคณะ ความสนุกก็มากมายไม่ต่างจากเดิมที่เราเคยทำเลย
บูมกลุ่มสอง = 6(ติ้วๆๆ ติ้วติ้วตริ้ว...) โอ้ย...หมุนติ้ว... โมโหโมโห ติ้วๆๆๆๆๆ
 
สัปดาห์ต่อมาวันที่ 23-25 มิถุนายน รับน้องวิทยาศาสตร์วิทยาเขตกาญจนบุรี เกริ่นนิดนึงคือว่าคณะเราอ่ะมีสองวิทยาเขตคือที่พญาไท (คือที่เราเรียนอยุ่อ่ะ) และกาญจนบุรี แบบว่าอากาศดีมากเลย(รูปอยู่ข้างบนไปดูได้) อ่ะต่อ คือว่าเขาก็ชวนพวกเราชาวพญาไทไปด้วย ก็ไหนๆละก็ไปเถอะ ไปทำซุ้มของพญาไทและละคร ก็สนุกดี ที่นั่นอากาศดี ต้อนรับก็ดีด้วย ที่ไปก็เป็นกิจกรรมปกติ และกิจกรรมเฉลยสายรหัส ก็น่ารักดีนะกิจกรรมเนี๊ยะ ส่วนใหญ่ที่ไปก็ไปอยู่ในครัวไปช่วยเพื่อนที่กาญทำกับข้าว(ไม่ได้สั่งแบบศาลายาอ่ะ แต่ทำกันเองเหมือนเลี้ยงในครัวเรือน) ก็เหนื่อยเหมือนกันแต่ก็มันไปอีกแบบ กลับมางี๊เหนื่อยและหลับเป็นตายเลย
 
สัปดาห์ต่อมาเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม เป็นวันแข่ง Stand ของแต่ละคณะในมหาลัย เกริ่นนิดนึงคือเปิดเทอมมาแต่ละคณะก็จะมีการสอนน้องร้องเพลงทั้งเพลงคณะและเพลงมหาลัย แล้วก็มีการประกวด Standเชียร์ของแต่ละคณะ ซึ่งแต่ละคณะก็ต้องขนสิ่งที่ตัวเองได้ร่ำเรียนมาสร้างผลงานให้คณะอื่นตะลึง สำรับคณะวิทยาศาสตร์เราเองปีนี้ไม่น้อยหน้าไปกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะ Cutout ข้างหลังนี่วาดได้สวยมาก (เราเองยังอึ้งไปเลย) ส่วนเรื่องเพลงก็โอเค ร้องดีเพี้ยนนิดหน่อยช่างมันเถอะไม่สำคัญอะไร และ Code ที่เล่นกับ Stand ก็สวยงามมาก ปีนี้ได้ติดอันดับ1ใน5ด้วย ก็นับว่าเป็นพัฒนาการที่ดีนะ แต่มันมีอะไรที่มันแปลกๆอยู่หน่อยนึงอ่ะ เอาเป็นว่าช่างมันเถอะสิ่งที่แปลกๆไปเนี๊ยะ เพราะมันคงไม่สำคัญอะไรหรอก
 
วันพรุ่งนี้ (5 กรกฎาคม) พี่ๆรหัส 45 ที่เพิ่งจบไปจะมาถ่ายรูปรับปริญญาที่คณะด้วย และวันพฤหัสที่ 6 ก็รับปริญญาแล้ว ซุ้มรับปริญญาของเคมีนี่สวยและน่ารักจริงๆเรย เด๋ววันหลังจะโพสไว้ละกัน รับรองใครเห็นใครก็ชอบ (ใช่สิทำกันตาเหลือกเลย)
 
ห้อง lab ของเรากำลังจะเสร็จแล้ว งั้นเราก็ต้องเริ่ม project แล้วล่ะสิ
 
ไปก่อนนะวันหลังมาใหม่
ปิ๊ก
22 junio

หลายเรื่องปนกัน

วันนี้ได้เวลามาอับสเปชอีกแล้ว หลังจากม่ได้อับมาเป็นเวลานานพอควร หลังจากเปิดเทอมมานี้ก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีเวลาว่างโคตรมากมากเลยอ่ะ เพราะว่าห้อง Lab ยังปรับปรุงไม่เสร็จ ก็เลยยีงไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักที ตอนนี้ก็หา paper รอไว้แล้วล่ะ แฮ่ะๆๆ เมื่อวานก็เข้าไปแบ่งโต๊ะในห้องและกฏกติกาใหม่ในห้องแล้ว ก็รู้สึกว่าก็คงจะได้เริ่มทำ Lab เร็วๆนี้แหล่ะมั้ง นี่นี่ เมื่อวานพี่ที่ lab ที่เพิ่งหลับมาจากนิวซีแลนด์เอาของฝากมาให้ด้วยอ่ะ เป็นพวงกุญแจน่ารักดี แหม ของจากต่างประเทศก็ย่อมดีเป็นธรรมดา
 
เออวันนี้น่ะ เป็นวันไหว้ครูคณะวิทย์พญาไท ซึ่งก็ไม่มีเรียนกัน ไอ้เราก็ไม่รู้ไงล่ะว่าไม่มีเรียนก็เลยมาคณะ รู้งี๊นะไม่มาหรอก
 
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นเดือนก็ไม่ได้อยู่บ้านเลย เดินสายออกบ้านตลอดตั้งแต่วันที่ 9-11 ก็เป็นงานรับน้องศาลายา เราก็อยู่กลุ่มสองเหมือนเดิม ปีนี้ขี้เกียจเปลี่ยนกลุ่ม น้องก็แรงดีเพราะส่วนใหญ่มาจากน้องคณะเราเอง ความแรงก็ย่อมมากเป็นธรรมดา และก็มีคณะอื่นๆด้วย รวมรวมแล้วก็สนุกเหมือนเดิมอ่ะ มีกิจกรรมใหม่ๆมากมายเลย เวลาอยู่กับน้องก็เยอะขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากขึ้นหรอก แล้วก็เสาร์อาทิตย์ถัดมาก็ไปสอนพิเศษที่ร.ร.ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ก็สนุกดี น้องๆน่ารักมากเลยแล้วก็อาจารย์ก็ดูแลเป็นอย่างดี แบบว่าก็ประทับใจอ่ะ แล้วก็เสาร์อาทิตย์ที่จะไปรับน้องSCกาญ ที่มหิดลกาญจนบุรี เป็นยังไงวันหลังมาเล่าให้ฟังละกัน
 
ไปละนะแฮ่ะๆ
ปิ๊ก
05 junio

เปิดเทอมแบบว่างว่าง

แห่ะๆ เปิดเทอมแล้วคับผ๋ม
 
แต่เปิดมาปีนี้ก็รู้ว่าตัวเองว่างแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน อึ้งกับตารางสอนอย่างแรง เพราะวิชาที่เราเลือกเรียนมีแค่สามวันเอง เรียนวันละคาบ วันศุกร์เรียนสองคาบแล้วก็เลิก แล้วจะมาทำอะไรวะเนี๊ย วันนี้ก็เลยต้องนั่งรอเพื่อให้ถึงห้าโมงเย็นเพื่อรอเข้า Group เฮ้อ!! ว่าไปก็โปรเจคก็ยังไม่เริ่มเลยอ่ะ ก็เลยมีความว่างอย่างมหาศาล แต่ถ้าได้เริ่มโปรเจคไปแล้วอาจจะไม่ว่างก็ได้
 
สู้ต่อไปอีกปีเดียวก้จะจบแล้ว(ไม่อยากจบเลยว่ะ แป๊บๆปี4แล้วง่ะ)
pick
02 junio

อันตรายของขนมปัง Rotiboy และ Mister Bun ที่ฮิตกันนักหนา

โปรดทราบ...... ขนมปังก้อนแบบแม็กซิกัน (Mexican Bun) ที่หน้าราดด้วยครีมกาแฟ ครีมมะพร้าว และสอดใส่ครีมกาแฟ ซึ่งเป็นแฟรนไชส์จากประเทศมาเลเซียที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ โรตีบอย ” (Rotiboy) และ “ มิสเตอร์บัน ” (Mister Bun) กลายเป็นสินค้ายอดนิยมขึ้นมาในช่วงพริบตา เพราะ ความโดดเด่นของกลิ่นที่ชวนให้ทดลองกิน ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และรวดเร็วโดยเริ่มจากหมู่แฟชั่นวัยรุ่นมาก่อนนี้ ขณะนี้ ได้มีการยืนยัน และประกาศมาก่อนจากทางสาธารณสุขในยุโรปว่า เป็นขนมปัง ที่มีอันตรายต่อสุขภาพสูงก่วาขนมปังทั่วไปเกือบ 200 เท่า จนขณะนี้ วัยรุ่นในยุโรป และญี่ปุ่น ต่างเลิกทานกันเพราะถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก จากการทดสอบขนมปังดังกล่าวนี้ ที่ประเทศยุโรปเมื่อปี 2547 พบว่า ขนมปังดังกล่าว มีค่าของคลอโรสเตอรอล และไตรกรีเซอร์ไรด์ สูงกว่าขนมปังธรรมดาถึง 200 เท่า อันมาจากน้ำตาล และเนย รวมทั้งครีมไขมัน ที่ผสมลงไปเพื่อเพิ่มความหอมหวาน แต่เป็นภัยมหันต์ ต่อสุขภาพ จากการทดสอบพบว่า ผู้ทานขนมปังดังกล่าวนี้จำนวนอาทิตย์ละ 4-5 ชิ้น จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมปริมาณ ไขมันสูงขึ้นถึง 30% และปริมาณ น้ำตาลสูงขึ้นถึง 45% อันเป็นต้นเหตุของโรคอ้วนและเบาหวาน รวมทั้งไขมันสูง และความดันโลหิตสูงอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น บรรดาสาว ๆ ที่นิยมทานขนมปังลักษณะนี้ จะพบว่า ปริมาณไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง และใต้แขน จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2548 ได้มีการเห่อแฟชั่นขนมปังดังกล่าวเพียงระยะสั้น ๆ แต่ภายหลังจากได้มีการ ประกาศจากสาธารณสุข เกี่ยวกับอันตรายของขนมปังดังกล่าวสู่สาธารณะชน และกลุ่มวัยรุ่น ปรากฏว่าปริมาณความต้องการได้ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาวัยรุ่นผุ้ต้องการรักษาสุขภาพและ ทรวดทรง ต่างเลิกทานขนมปังดังกล่าวอย่างเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียสุขภาพ รวมทั้ง เสียบุคลิกภาพ ปัจจุบัน ประเทศที่ยังคงนิยมทาน และเห่อขนมปังดังกล่าวตามแฟชั่น ในเอเชียอาคเนย์นี้ ยังคงมีเหลือประเทศไทย ที่ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณะสุข เกี่ยวกับอันตรายในการนิยมทานขนมปังดังกล่าว อันนิยมเป็นแฟชั่นในขณะนี้ ซึ่งผู้บริโภคส่วนมากไม่เคยได้รับทราบเกี่ยวกับ อันตรายของการบริโภค เนย น้ำตาล และไขมัน ในปริมาณสูงที่มีอยู่ในขนมปังดังกล่าวนี้ รวมทั้งผู้ปก ครองสมัยใหม่ ที่มักขาดความรุ้ และนิยมตามใจบุตรหลาน เพื่อแสดงความทันสมัย โดยปราศจากความคิดอ่านอย่างรอบคอบ ในสุขอนามัยทั้งส่วนตนและครอบครัว อย่างรอบคอบนั่นเอง ดังนั้น หากท่านเป็นผู้หนึ่ง ที่นิยมตามแฟชั่น โดยปราศจากความรู้ รวมทั้งนิยมทานขนมปังดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยรสชาติที่อร่อยลิ้น แต่สิ้นความปลอดภัยต่อสุขภาพ ก็ตาม ขอได้โปรดคิดอ่านให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเสียเงินแพง ๆ แต่คุณภาพต่ำ ๆ แถมทำให้ร่างกายอ้วนแบบไร้คุณค่า พร้อมโรคภัยที่ตามมาอีกมากมาย ทั้งเบาหวาน ไขมันสุง ความดันสูง เส้นเลือดอุดตัน หัวใจขาดเลือด และโรคอ้วนในบุตรหลาน นั้นเอง โปรดระวัง อร่อยปากลำบากกาย ตายเพราะความอ้วน
 
Reference : Fwd ของเพื่อนเราเองคับ
27 mayo

การเดินทางใกล้จะสิ้นสุด

การเดินทางในระยะเวลาสองเดือนในการฝึกงานของเรากำลังจะหมดลงในสิ้นเดือนนี้ ก็เเบบว่าเราก็ไปฝึกงานที่นี่ก็นานอยู่ เกือบสองเดือน ที่เราไม่รับรู้เรื่องราวของคนรอบข้างแม้แต่น้อย รู้อย่างเดียวก็คือที่ทำงาน โรงงาน งาน และผู้ร่วมงานเท่านั้น มันเป็นอะไรที่แปลกดีเพราะว่าไม่เคยรู้สึกดีอย่างงี๊มาก่อนที่เราไม่ต้องรับรู้เรื่องเหล่านั้น ไม่ใชว่าเราไม่อยากรู้หรอกนะ ก็เล่นเข้างานแปดโมงครึ่งเลิกห้าโมงสิบอ่ะ แล้วต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งทุกวัน ถึงบ้านสองทุ่ม เวลาก็แทบไม่มีเเล้ว แต่หลังๆเราก็ชินนะ เริ่มตื่นเองได้ตลอด เริ่มคุ้นเคยกับการตื่นเช้าๆอย่างงี๊เเล้วล่ะ

 

ในการไปฝึกงานนี้เราก็เจอผู้คนมากมาย ทั้งที่แผนกที่เราไปฝึกงาน คนอื่นๆ เพื่อนๆที่มาฝึกงานเหมือนกันทั้งมหาลัยเดียวกันและต่างมหาลัย ทุกคนอัธยาศัยดีมากมากเลย คุยดรคุยสนุกและก็ไม่น่าเบื่อด่วย แม้งานที่เราได้ทำน่ะจะเป็นอะไรที่เราไม่ได้เรียนมาก็ตามทีเถอะ แต่ก็มีความสุขดีนะ

 

เรากำลังจะฝึกงานเสร็จในวันที่ 31พ.ค. ซึ่งมันก็เร็วเหมือนกันนะ ไม่ค่อยอยากเลิกแล้วสิ อยากอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่อยากไปทำโปรเจคที่คณะเลยอ่ะ ท่าทางจะเครียดกัน เพื่อนๆหลายคนที่คณะเริ่มทำโปรเจคกันไปบ้างแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไง แต่รู้ว่าเราอาจจะเริ่มช้าไปนิด เฮ้อ!!!!!เศร้า

 

ถ้ามีโอกาสเราจะกลับไปที่นั่นอีกนะ แต่ไม่รู้ว่าในฐานะอะไรดี

ไปละค้าบ, ปิ๊ก

PS. เนตบ้านเราเพิ่งใช้ได้ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร งงจริงๆ

05 mayo

วันว่าง

ก็แบบว่าฝึกงานมาได้เเล้ว 1 เดือนอ่ะ แล้ววันนี้ก็เป็นวันหยุด ได้นอนอย่างเต็มอิ่ม รู้สึกดีมากๆหลังจากที่ต้องตื่นตีห้าครึ่งมานานเกือบเดือน ก็เป็นวันแรกที่ได้ตื่นสิบโมง สดชื่น แล้วก็ไม่ทำอะไรอีกเลยจนเกือบเที่ยง รู้สึกดีว่าไม่ต้องคิดอะไรให้มันปวดหัว อีกอย่างฝนก็ตกด้วย สบายอย่างงี๊ไม่มีอีกแล้วละมั้ง กะว่าบ่ายๆจะไปเช่าการ์ตูนมาอ่านแล้วก็นอน
 
อย่างที่บอกเลยว่าว่างจริงๆ ไม่มีอะไรเลย
....
pick...ki